แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FREE! แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FREE! แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

[ตามรอยอนิเมะ] Part.3 - Free! ต้นแบบโรงเรียนมัธยมปลายอิวาโทบิ (岩鳶高校 ) -



วี้ดดดดด!! กลับมาเมาท์ต่อแล้วค่ะ!! 

หลังจากเล่าเรื่องที่ไปตามรอย FREE! ที่คินไดมาคราวที่แล้ว 


ก็หายไปเกือบ 2 ปี

จริง ๆ ก็ไม่ได้หายไปเลยซะทีเดียว แต่เราเอาเรื่องที่ไปต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิไปเมาท์ในทวิต

แล้วมันยาวมากก็ขี้เกียจขนย้ายข้อมูลมาลงในนี้ 

แต่บังเอิญว่าปลายเดือน 7 ปีนี้เราไปตามรอย Free! อีกครั้ง 

รวมกับที่เห็นข่าวในทวิตเตอร์มาว่าต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิกำลังจะปิดในวันที่ 14 เดือน 7 ปี 2017

เลยคิดว่าควรเอามาเล่าในบล็อกให้เป็นเรื่องเป็นราวอีกทีดีกว่า

(*อัปเดต 2017.08.13* เรื่องที่ว่าต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิกำลังจะปิดนั้นสรุปว่าปิดจริง ๆ นะคะ

เมื่อวันที 23 เดือน 7 ที่ผ่านมาเราแวะไปดูมาแล้ว มีการปิดสถานที่เตรียมทุบทิ้งจริง ๆ ค่ะ

เห็นแล้วก็ใจหายอยู่เหมือนกัน อ๊ะ! แต่ตอนที่เราไปนี่เค้ายังไม่ได้ทุบอาคารนะ

แต่พื้นที่รอบ ๆ ก็โดนทยอย ๆ โดยเคลียร์ไปที่ละหน่อยแล้วค่ะ

คาดว่าช่วงเดือน 8 นี้ถ้าไปดูอาคารจากข้างนอกน่าจะยังทันนะคะ )

เอาล่ะค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ

【ต้นแบบร.ร.อิวาโทบิ】

สถานที่ คือ 岸和田市立福祉総合センター (ข้อมูลเพิ่มเติม)

เอาง่าย ๆ (?) ก็คือศูนย์ 福祉総合 (ไม่รู้จะแปลว่าไง...) ที่ตั้งอยู่ที่เมืองคิชิวาดะในโอซาก้า

ถ้าลองเอาชื่อ 岸和田市立福祉総合センター ไปเสิร์ชดู
จะเห็นว่าตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟสถานีคิชิวาดะมาก

ซึ่งพอไปแล้วมันก็ใกล้จริง ๆ นะ  

 วิธีการเดินทางไป 岸和田市立福祉総合センター 

(เนื่องจากคราวที่แล้วก่อนจะไปต้นแบบรร.อิวาโทบินี่เราไปคินไดต้นแบบซาเมะสึกะมาก่อน

การเดินทางเราเลยตั้งต้นที่สถานีนางาเสะ ที่เป็นสถานที่ตั้งของคินไดนะคะ)

เริ่มจากสถานี Nagase ก็นั่งรถไฟสาย Kintetsu Osaka Loop Line ไปลงสถานี Tsuruhashi

พอถึงสถานี Tsuruhashi ให้เปลียนรถไฟมาเป็นสาย Osaka Loop Line

แล้วก็นั่ง Osaka Loop Line ไปลงสถานี Shin-Imamiya เพื่อเปลี่ยนรถไฟอีกครั้งนึง

จากสถานี Shin-Imamiya ให้ขึ้นรถไฟ Nankai Ltd. Exp. หรือ Nankai Airport Exp.

แล้วก็นั่งกันยาว ๆ ไป 20 นาทีจนไปถึงสถานี Kishiwada ที่เป็นจุดหมายปลายทางของเราเลย

  เมาท์นิดนึง...ด้วยความที่ระยะทางกว่าจะไปถึงสถานี Kishiwada มันไกลเนอะ

ระหว่างทางก็มีคนขึ้นลงรถไฟสับเปลี่ยนกันไปบ่อย ๆ ซึ่งมันก็ปกติ

แต่ที่มันดีคือช่วงเวลาที่เราไปมีเด็กนักเรียนม.ต้น ม.ปลาย ขึ้นรถไฟหลายรร.มาก

เห็นยูนิฟอร์มหลายแบบเลย ก็ยอมรับว่าค่อนข้างอิ่มเอม ฮี่~

 เพิ่มเติม : การเดินทางจากสถานี Tsuruhashi ไปสถานี Kishiwada เนี่ย

ถ้าเสิร์ชจากกูเกิ้ลหรือแอปฯอื่น ๆ มันจะแนะนำอีกเส้นทางนึงไว้ด้วย

คือ นั่งรถไฟจากสถานี Tsuruhashi ไปเปลี่ยนสายรถไฟเป็น Nankai line ที่สถานี Nankai Namba

แต่เราไม่ไปทางนั้น เพราะเรามองว่ามันต้องเดินเยอะกว่าตอนเปลี่ยนสายรถไฟ (ขี้เกียจ )

คือถ้าลงที่สถานี Shin-Imamiya อะมันไม่ต้องเดินไปไหนไกล 
แค่หันหน้าหันหลังก็เปลียนสายรถไฟได้แล้ว 

พอมาถึงสถานี Kishiwada ให้ออกทางออกตามในรูปข้างล่างนี้เลยนะคะ 


พอเดินออกทางออกที่วงไว้มาแล้วก็ให้เลี้ยวซ้าย ก็จะเจอถนนแบบนี้นะคะ


ก็เดินตรงไปเลย เดินไปก็มองซ้ายมือตัวเองไว้นะคะ 

ต้นแบบรร.อิวาโทบิตั้งอยู่ทางซ้ายมือของถนนนี้แหละค่ะ 


เดินไปเรื่อย ๆ ไม่ไกลเลยค่ะ ใกล้มาก

เราก็จะเห็นตึกอันคุ้นตา นี่แหละค่ะ!! ต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิ!! 

ตอนไปเห็นก็ดีใจนะคะว่าเจอตึกแล้ว แต่ทั้งตึก ทั้งประตูรั้ว เก่ามากเหลือเกิน

จนแอบคิดว่า เอ๊ะ? นี่เค้ายังให้เข้าได้หรือเปล่านะ? 

แต่จากที่ส่อง ๆ (?) ดูสำนักงานข้างในก็ดูเปิดทำงานกันปกติ

แถมตอนที่ไปยังมีเด็ก ๆ ให้ชุดวอร์มทั้งวิ่ง ทั้งซ้อมเบสบอลกันอยู่ด้วย

เพราะงั้นก็เลยมั่นใจว่ายังไงก็เข้าได้ล่ะค่ะ 


มาถึงก็ต้องทำพิธีอัญเชิญมันจูมาโกะฮารุมาถ่ายรูปในฐานะเจ้าถิ่นกันนิดนึงเนอะคะ 




พอเข้าไปข้างในได้ด็เดินถ่ายรูปรอบ ๆ ไปเรื่อย ๆ

ตอนแรกก็เกร็ง ๆ แต่ก็ดูไม่มีใครสนใจการมาของเราเลย

น่าจะเพราะมีคนเข้าออกเป็นปกติอยู่แล้วด้วยล่ะมั้ง 

แต่มันมีปัญหา (สำหรับเรา) อยู่...


ปัญหาที่ว่า คือ เราจะเข้าไปในตึกที่เป็นต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบินี้ได้ยังไง

คืออุตส่าห์มาทั้งทีจะให้ถ่ายรูปแค่ข้างนอกก็ไม่ใช่ถูกมะ?

ยังไงก็ต้องขึ้นไปบนตึกด้วยสิ

แต่เราอะ...คิดว่าจะเข้าไปบนตึกเค้านี่ยังไงก็ควรจะขออนุญาตหรือเปล่า?

เราเลยไปเดินหาคนที่พอจะสอบถามและขออนุญาตได้ แต่ก็ไม่มีใครเลย

เราเลยเดินไปตรงสำนักงานที่เค้าทำงานกันอยู่

แต่ทุกคนเค้าดูวุ่นวาย ๆ มีงานทำกันยุ่งไปหมดเลย

แบบ...ทุกคนดูยุ่งมากกกกกจนเราไม่กล้าจะไปเอ๊ะอ๊ะอะไรกับใครเลย

อีกอย่างภาษาก็ใช่ว่าจะได้ คุยแล้วจะรู้เรื่องมั้ยก็ไม่รู้ ไปสร้างปัญหาให้เค้าอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้

สุดท้ายก็เดินวนไปวนมาพยายามให้ใครสักคนสังเกตเห็น แต่ไม่มี

เลยตัดสินใจจะเดินขึ้นตึกเอง อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ


พอเข้าไปในตึกก็จะเห็นว่า ชั้น 1 มันปิดทางเดินไว้ แต่มีห้องนึงตรงที่ติดประตูเปิดอยู่

แต่ตอนที่เราไปเหมือนเค้าเพิ่งทำกิจกรรมอะไรสักอย่างกันไป

แล้วเค้าทำความสะอาดกันอยู่

เราเลยเดินขึ้นบันไดไป ชั้น 2 เลย


และความสะพรึงก็เริ่มตรงที่ขึ้นบันไดนี่แหละ

แค่ขั้นแรกก็จะร้องแล้วอะ

ก็อย่างที่เห็นข้างนอกอะเนอะว่าตึกมันเก่ามากกกกกกกก 

ข้างในก็เก่าไม่ต่างกัน แล้วคิดดูบันไดไม้เก่า ๆ อะ

เหยียบทีก็ลั่นเอี๊ยดอ๊าดไปหมด  

ดังแบบมั่นใจเลยว่าไม่ทางที่คนอยู่ชั้น 1 จะไม่ได้ยิน แต่ก็ไม่มีใครมาเอ๊ะอ๊ะอะไรเราอยู่ดี

เลยลุยขึ้น ชั้น 2 ชั้น 3 ไปเลย


เดินขึ้นมาก็เห็นทางเดินที่คุ้นตา ถ้ามีหนุ่ม ๆ ชมรมว่ายน้ำวิ่งไปวิ่งมานี่ก็ใช่เลย 


ดูกระจกสิ...มีเทปกาวปิดไว้ ก..ก็เก๋ดีล่ะมั้ง...บ้าเรอะ!! มันเก่าขนาดนั้นเลยแหละค่ะ ฮือออ



ด้วยความที่ในตึกมันทั้งเงียบ ทั้งเก่า แถมเราก็ไปคนเดียว

เอาตรง ๆ ก็กลัว  อะค่ะ 

คิดได้งั้นก็รีบควักเอามาโกะฮารุมาถ่ายรูปเท่าที่พอถ่ายได้

แล้วก็ค่อย ๆ ย่อง (เดินแรงเดี๋ยวมันลั่น...) ลงบันไดออกมาจากตึกเลยค่ะ

อ๊ะ! ลืมบอกไปอย่างว่า...ตึกนี่ตรงบันไดมันมืดมากเลย ไม่มีรูรับแสงอะไรเลย

มีแค่แสงที่ลอดมาจากแต่ละชั้น ซึ่งก็ไม่มาก

ที่น่ากลัวสุดก็ตรงบันไดที่ต่อจาก ชั้น 3 ขึ้นไปทางออกที่ยื่นไปบนดาดฟ้า

ตอนแรกไม่ได้สังเกตว่าตึกมันมีแค่ 3 ชั้น นี่เกือบเดินจากชั้น 3 ไปดาดฟ้าซะแล้ว

ดีที่มันมืดมาก และนี่ก็ใจไม่สู้เลยถอย พอจะกลับยังคิดอยู่เลยว่าดีที่ไม่เดินขึ้นไป 


(นี่ไปตามรอบอนิเมะหรือไปล่าท้าผีเนี่ย...ความขี้กลัวของตัวฉันนี่มัน...)

เอาเป็นว่า...การตามรอยหนุ่ม ๆ ว่ายน้ำที่ต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิก็จบเท่านี้ล่ะค่ะ

หลังจากนี้เราจะนั่งรถไฟไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูจัง

เพื่อไปดูฉลามวาฬตัวโต ชื่อ ยูจัง กันค่ะ 

(ไว้ไม่ขี้เกียจจะมาเล่าต่อนะคะ )


วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

[ตามรอยอนิเมะ] Part.2 - Free! ต้นแบบโรงเรียนซาเมะสึกะ (鮫柄学園) -


   กลับมาเมาท์ต่อ 


ตามคาด...เนื่องจากตอนกลางคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว~ (อ้างอิงจาก Part.1)

จากที่เราวางแผนไว้ว่าจะออกไปเที่ยวตั้งแต่เก้าโมงเช้า เอาเข้าจริงเก้าโมงนี่เพิ่งตื่นเลยค่ะ 

ตามแผนที่วางไว้แบบเผื่อเวลาสุด ๆ วันนี้เราจะไปทั้งหมด 3 ที่

คือ มหาวิทยาลัยคินคิ, ต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง

แต่บล็อกนี้เราจะเล่าแค่ที่แรก คือ มหาวิทยาลัยคินคิ 

(Edit: ล่าสุดช่วงปี 2016 มหาวิทยาลัยคินดิ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยคินได แล้วนะคะ) 

 มหาวิทยาลัยคินคิ (ต้นแบบซาเมะสึกะกักคุเอ็น) 


มหาวิทยาลัยคินคิ เป็นสถานที่ต้นแบบของซาเมะสึกะกักคุเอ็น (鮫柄学園)

หรือก็คือโรงเรียนที่ริน โซสึเกะ ไอ และพี่น้องมิโคชิบะเรียนอยู่นั่นเองค่ะ  

ต่อจากนี้เราของเรียกที่นี่ว่า "คินได" แล้วกันนะคะ

 การเดินทางไปคินได 


เราจะเริ่มแบบกลาง ๆ แล้วกันเนอะ

(จริงๆกูเกิ้ลเอาก็ได้ แต่อยากเล่า  )

โดยจะตั้งต้นที่รถไฟสาย Osaka Loop Line ก่อน

เอาง่าย ๆ ก็ขึ้นจากสถานนีไหนก็ได้ที่ Osaka Loop Line ผ่าน

นั่ง Osaka Loop Line ไปลงสถานี Tsuruhashi (鶴橋)

พอมาถึงสถานี Tsuruhashi ให้เปลี่ยนสายรถไฟ
จาก Osaka Loop Line ไปเป็น Kintetsu Osaka Loop Line

   ตรงนี้ถ้างง ไม่รู้จะเปลี่ยนสายรถไฟตรงไหนก็ตรงไปถามเจ้าหน้าที่เลยค่ะ เร็วสุด... 

เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟแถบคันไซที่เราเจอน่ารักทุกคนนะคะ 

(ไม่เหมือนที่นาโงย่า เจ้าหน้าที่ชอบทำหน้าดุใส่ *แอบเม้าท์*)

ง่าย ๆ ก็แค่พูดชื่อสถานีปลายทางที่เราจะไปเลยค่ะ เค้าก็จะบอกเราว่าต้องไปทางไหน 

จากนั้นก็นั่ง Kintetsu Osaka Loop Line จากสถานี  Tsuruhashi (鶴橋) ไปเรื่อย ๆ

พอถึงสถานี Nagase (長瀬) ก็ลงได้เลยค่ะ ถึงแล้ว~

คินไดตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีนี้แหละ 

(ระหว่างทางได้นั่งรถไฟร่วมกับหนุ่ม ๆ สาว ๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยด้วยนะคะ

 บรรยากาศดี๊ดีล่ะค่ะ )
 
  

ในที่สุดก็มาถึงสถานี Nagase แล้วค่ะ สถานีนี้เป็นสถานีเงียบ ๆ มีทางออกทางเดียว

จะเห็นว่าใต้ชื่อสถานี จะมีชื่อมหาลัยคินคิในวงเล็บอยู่นะคะ เพราะงั้นสถานีนี้ไม่ผิดแน่นอน 


พอเดินออกมาจากสถานีเราก็จะเห็นภาพแบบนี้ค่ะ

ก็ให้ข้ามทางม้าลายตรงหน้าไปได้เลย 


จากนั้นก็ให้เดินผ่านซุ้มประตูนี้ แล้วตรงตามถนนหลักที่เห็นนี่ไปเลยค่ะ 

พอเดินไปเรื่อย ๆ จะเจอ 7-11 อยู่ฝั่งซ้ายของถนน ตรงนี้ให้เลี้ยวขวาค่ะ

แล้วก็ตรงยาวไปเลยค่ะ 


เดินตรงไปเรื่อย ๆ นะคะ ระยะทางที่เราเช็คมา

จากสถานี Nagase ถึงคินได ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรค่ะ

เราใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาทีได้ (มั้ง...) ...รวมหลงด้วย...

เราก็จะเจอซุ้มประตูอันคุ้นเคย...นี่มันซาเมะสึกะนี่นา!! 

(เห็นมั้ยคะ...ที่สุดทางนั่น)

 แอบกระซิบนิดนึง...คือถ้าใครไม่แน่ใจ กลัวหลง อยากใช้ Map ในมือถือก็ได้นะคะ

แต่เราลองใช้ Google Map แล้วมันพาเราอ้อมไปเข้าประใหญ่ของคินไดค่ะ

ซึ่งไม่ใช่ประตูที่เราต้องการจะไปตามรอย

แถมยังไกลกว่าเกือบอีกเท่าตัวด้วย เราก็เลยอยากแนะนำให้ไปตามทางที่เราบอกนะคะ

นักศึกษาก็เดินทางนี้กันค่ะ 

อ่อ ๆ ใช่ค่ะ มันมีอีกวิธีที่จะเดินไปถึงคินไดได้แบบสบาย ๆ อยู่นะคะ 

เดินตามนักศึกษาไปเลยค่ะ

แถวนี้ดูไม่ใช่ย่านที่วัยรุ่นจะมาเดินเที่ยวเล่นกัน

เพราะงั้นถ้าเห็นวัยรุ่น แต่งตัวตามแฟชั่นหน่อย ก็ให้เดา ๆ ไว้ได้เลยค่ะว่าเป็นนักศึกษา

ถ้าไม่มั่นใจก็ลองเดินตามไปซักคนนึง 

เดี๋ยวก็จะมีนักศึกษาเหมือน ๆ กันโผล่มาทางเดียวกันนี่แหละค่ะ

จริง ๆ เล็ง ๆ ไว้ตั้งแต่บนรถไฟก็ได้นะคะ

ถ้าลงสถานีเดียวกันก็ตามไปเลยค่ะ ได้อาหารตาไปด้วยในตัวนะคะ (เอ๊ะ) 


อันนี้จะเป็นซุ้มประตูที่ถ่ายจากทางด้านในมหาวิทยาลัยนะคะ

เสียดายที่ตอนเราไป มหาวิทยาลัยกำลังก่อสร้างทั้งบริเวณซุ้มประตูและภายในมหาวิทยาลัยเลยค่ะ

เวลาถ่ายรูปก็เลยติดทั้งแผงกัน ทั้งคนงานก่อสร้าง
แต่ไม่เป็นไรค่ะ เรามาแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเท่าไหร่ เพราะใจนี่อิ่มเอมมากค่ะ 


อันนี้เป็นความอเนจอนาถของเราเองค่ะ  

ไม่ได้เตรียมปรินท์รูปหรืออะไรไปเทียบเลย

พกไปแต่มันจู เลยต้องหยิบเอารูปในมือถือมาลองเทียบดู

สรุป...ไม่ประสบผลสำเร็จค่ะ แดดจ้าเกินไป  ภาพในมือถือเลยเห็นไม่ชัดเลย 

แต่...อย่างน้อยก็ถือว่าได้พยายามเนอะคะ 


แล้วเราก็ควักมันจูออกมาถ่ายรูปกันที่หน้าประตูเลยค่ะ

ถึงจะมีคนเดินเข้าออกมหาวิทยาลัยไม่เยอะ แต่ก็แอบเขินอยู่เหมือนกันนะคะ 

เลยได้รูปมาแค่นิดหน่อย อีกอย่างมันหามุมถ่ายค่อนข้างยากด้วยแหละค่ะ 

(นี่ก็ย้อนแสงซะมืดไปหมด...)


ตรงนี้เป็นลานที่โซรินนั่งคุยกันค่ะ อยู่ไม่ไกลจากซุ้มประตูเมื่อกี้เลย

ตอนที่เดินเข้าซุ้มประตูมา จะเห็นตึกอยู่ตรงหน้าตึกนึง

ลานนี้อยู่ข้างหลังตึกนั้นเลยค่ะ

สรุปก็คือ...เดินเข้าซุ้มประตูมา แล้วเลี้ยวซ้าย 

เดินไปนิดนึง แล้วเลี้ยวขวา

 พอพ้นช่วงตึก ลานนี้จะอยู่ขวามือค่ะ

(จริง ๆ ทางมันบังคับอยู่แล้ว ลานนี้หาง่ายมากค่ะ)


แดดจ้ามากจริงๆยอมใจเลยค่ะ 

แต่ยังไงก็ต้องมีรูปมันจูตรงนี้ ไม่มีไม่ได้เลย สถานที่สำคัญของโซรินทั้งทีนะคะ 


อันนี้เป็นภาพที่ถ่ายจากอีกฝั่งนึงของลานค่ะ

จริง ๆ เราดื่มด่ำกับลานตรงนี้นานทีเดียวนะคะ เดินดูไปก็นึกถึงโซรินไป สติหลุดไปเรียบร้อยค่ะ 


ได้มาอีกรูป ก่อนที่เราจะย้ายไปเยี่ยมชมตรงอื่นกัน 


ตอนแรกตั้งใจว่าจากลานโซริน (ตั้งชื่อให้เฉยเลย ฮ่าๆๆ) เราจะไปโรงอาหารต่อค่ะ

เราก็เลยออกเดินหาโรงอาหาร แต่ก่อนจะเจอโรงอาหารก็ได้เดินชมตึกของมหาวิทยาลัยไปด้วยเลย

กะว่าคงจะเจอตึกที่มีโค้ง ๆ แบบในรูป ที่โซรินแท็กมือกันใน FREE! ES ตอนที่ 2

คือตรงนี้มันก็เหมือนนะคะ เป็นตึกทรงเดียวกันเลย แต่มันไม่โปร่ง

ใต้ตึกมันมีร้านอะไรซักอย่างนึง(?)อยู่ ก็เลยไปเดินหาอีก มันก็ไม่มีตึกแบบนี้แล้ว

แต่ๆๆ อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าช่วงนี้เค้าซ่อมแซมตึกกันอยู่

เพราะงั้นเราเลยไม่รู้ว่า จริง ๆ ตึกที่เราหามันอยู่ในส่วนที่ปิดซ่อมแซมอยู่รึป่าวน่ะค่ะ 

(แต่จากที่ไปส่องแฟนๆญี่ปุ่นมา เค้าก็ถ่ายรูปกันตรงนี้แหละค่ะ )

เอาล่ะค่ะ เราหาโรงอาหารอยู่ใช่มั้ยคะ

ยังค่ะ ยังไม่เจอ  เราเดินจนทั่วพื้นที่ของมหาวิทยาลัยที่สามารถเดินได้เลยนะคะ 

เดินจนไปโผล่ประตูอีกฝั่งของมหาวิทยาลัยเลย

แดดก็แรงมาก ถึงจะไม่ร้อนเท่าไหร่ แต่แดดจ้าจนแสบตา

เราเลยตัดสินใจถามคุณป้าแม่บ้าน (มั้ง...) ที่เดินผ่านมา

ได้ความว่า...มันอยู่ติดกับลานโซรินค่ะ!! 


นี่เป็นรูปลานโซรินเมื่อกี้จากอีกมุมนะคะ

ตึกข้างหน้าเรานี่แหละค่ะ โรงอาหารตั้งอยู่ตรงนั้นแหละค่ะ!

จำตึกที่เราบอกว่าจะเจอตอนเราเดินผ่านซุ้มประตูมาได้มั้ยคะ

ถ้าเราเดินไปตามแนวตึก เลาะลานโซรินไปจนสุดตึก (ซึ่งสั้นมาก)

เราก็จะเจอทางลงมาโรงอาหารเลยค่ะ

เอาเป็นว่า...ถ้าหาไม่เจอก็คิดไว้นะคะว่ามันอยู่ติดลานนี้แหละ 
อย่าไปที่อื่นค่ะ...คุณจะหลงเหมือนเรา ฮาาาา 


โรงอาหารอยู่ชั้นใต้ดินค่ะ เข้าประตูไปก็จะเจอโรงอาหารเลย

ต้องขอบคุณคุณป้าที่เราถามทางมากนะคะ

คุณป้าใจดีมากค่ะ ค่อย ๆ พาเราเดินมาจนสามารถชี้ให้เราเห็นตึกนี้ได้
ทริปนี้ประทับใจคนที่โอซาก้ามากเลยค่ะ 


ส่วนนี่เป็นรูปภายในโรงอาหารนะคะ โรงอาหารไม่ใหญ่ค่ะ

ช่วงที่เราไปยังไม่เที่ยง คนน้อยมาก ๆ

เรานั่งอยู่จนถึงตอนเที่ยงก็มีคนทยอยมาเพิ่มเรื่อย ๆ นะคะ แต่ก็ยังไม่เยอะอยู่ดี


ตอนไปถึงไม่หิวเลยค่ะ แต่มาถึงโรงอาหารก็ต้องกินสิคะ 

ก็เลยกดตู้ได้คัตสึด้งมา

 จริง ๆ ถ้าจะกินแบบโซรินต้องสั่งเป็นเซ็ตนะคะ 

เห็นคนมาทีหลังเราเค้าสั่งเซ็ตทงคัตสึมากิน

เราเห็นว่ามันมีเซ็ตให้สั่ง แต่เราไม่รู้ว่ามันสั่งทงคัตสึได้

เลยไม่ได้สั่งทงคัตสึมาให้โซสึเกะเลย 
โซคุง ถ่ายรูปกับคัตสึด้งไปก่อนน้าาา 


ขอรูปคู่เจ้าถิ่น (?) ซักรูปก่อนกลับ

อ่อ ตอนเราไป อาหารที่ให้กดซื้อที่ตู้มีไม่เยอะนะคะ 

ไม่รู้ว่าต้องมาสั่งเองยังไงรึป่าว ใครทราบยังไงกระซิบบอกมั่งนะคะ
คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะได้ไปสั่งใหม่ ฮี่ ๆ 


ดูเวลาแล้ว เพิ่งเที่ยงกว่า ๆ เราก็เดินทั่วมหาวิทยาลัยซะแล้ว

เลยตัดสินออกจากมหาวิทยาลัย เพื่อจะไปต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิต่อค่ะ

เพราะจากสถานีนางาเสะไปต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิค่อนข้างไกลพอสมควร

ตอนกลับเราก็กลับทางที่เดินมาเมื่อเช้าแหละค่ะ

ก็จะเจอสถานี Nagase ที่เราออกมาอยู่ตรงหน้า

อย่าเผลอเดินเข้าไปทางที่เราออกมานะคะ

ให้เดินเลยสถานีไปข้ามทางรถไฟ แล้วไปขึ้นรถไฟจากอีกฝั่งนะคะ

เพราะเราจะกลับไปทางเดิมค่ะ 



พอข้ามทางรถไฟตรงนี้ ก็เดินไปเข้าสถานี Nagase

เพื่อรอรถไฟไปตามรอยโรงเรียนอิวาโทบิกันต่อค่ะ!

อ่าห์...เมาท์เรื่องไปคินไดนี่ใช้พลังงานเยอะกว่าที่คิดนะคะ

พอมานั่งนึก นั่งเล่าแบบนี้แล้ว รู้เลยค่ะ ว่าความจำเรากับที่นี่ค่อนข้างชัดมาก

แอบรู้สึกว่าจำทางไปคินคิไดได้แม่นกว่าตอนไปมหาวิทยาลัยตัวเองครั้งแรก ๆ ซะอีกค่ะ

ไว้คราวหน้าจะมาเมาท์เรื่องต้นแบบโรงเรียนอิวาโทบิต่อนะคะ

ชาร์จพลังงานแป๊บ